บั้งไฟพญานาค

บั้งไฟพญานาค

บั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค เป็นปรากฏการณ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องตำนานพญานาค ของชาวอีสานบ้านเรา วันนี้ เว็บหวยเด่น นำบทความที่เกี่ยวข้องกับบั้งไฟพญานาค ประวัติและความเชื่อต่างๆ มาฝากสมาชิกทุกท่านค่ะ

บั้งไฟพญานาคจะเกิดปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ในช่วงวันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตามปฏิทิน ซึ่งอาจตรงกับวันแรม 1 ค่ำของไทย โดยแต่ละปีลูกบั้งไฟพญานาคจะปรากฏที่จังหวัดหนองคายเป็นส่วนใหญ่

จุดที่ประชาชนเชื่อถือกันว่าเป็นเมืองหลวงของพญานาคนั้น อยู่ที่แก่งอาฮง จังหวัดบึงกาฬ หรือที่เรียกกันว่า “สะดือแม่น้ำโขง” นั่นเอง ซึ่งเป็นจุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง

ความเชื่อและตำนานพญานาคแห่งแม่น้ำโขง

พญานาคนั้นอาศัยอยู่ในเมืองบาดาล มีนิสัยดุร้าย มีพิษร้ายแรง อาศัยอยู่ใต้ดินหรือบาดาล ในสมัยพุทธกาล มีพญานาคตนหนึ่งนั่งฟังธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้วเกิดศรัทธา จึงเลิกนิสัยดุร้าย แล้วแปลงกายเป็นมนุษย์ขอบวชเป็นพระภิกษุ แต่ติดที่เป็นเป็นสัตว์เดรัจฉานจึงไม่สามารถบวชได้ นาคตนนั้นผิดหวังมาก จึงขอถวายคำว่า นาค ไว้ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในความศรัทธาของตน และปวารณาตนเป็นพุทธมามกะสืบไป

ต่อมาเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากเสด็จไปโปรดพุทธมารดาจนครบ 1 พรรษา เมื่อกลับสู่โลกมนุษย์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เหล่าบรรดาพญานาคี นาคเทวี พร้อมทั้งเหล่าบริวารจึงจัดทำเครื่องบูชา และพ่นบั้งไฟถวาย ซึ่งต่อมาชาวบ้านเรียกว่า บั้งไฟพญานาค

เรื่องเล่าของลำน้ำโขง

แม่น้ำโขงก็มีเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับพญานาคเช่นกัน ซึ่งเป็นความเชื่อโบราณที่เล่าสืบต่อกันมาของชาวไทยที่อาศัยอยู่ในแถบจังหวัดที่ติดกับแม่น้ำโขง รวมถึงประชาชนชาวลาวด้วย มีความเชื่อว่า แม่น้ำโขงนั้นเกิดจากการเดินทางของนาคตนหนึ่งชื่อว่า ปู่เจ้าศรีสุทโธ นาคตนนี้เมื่อเลื้อยไปเจอภูผาหรือก้อนหินก็เลี้ยวหลบ ผิดกับนาคตนอื่นๆ ที่จะเลื้อยผ่าตรงไปเลย เส้นทางการเดินของเจ้าศรีสุทโธจึงมีลักษณะคดเคี้ยวไปมา เรียกกันว่า ลำน้ำคด หรือลำน้ำโค้ง แล้วต่อมาจึงเพี้ยนเป็น ลำน้ำโขง ไปในที่สุด

การเกิดบั้งไฟพญานาค บั้งไฟจะเอนเข้าหาฝั่ง หากขึ้นกลางแม่น้ำโขง แต่หากขึ้นริมฝั่ง บั้งไฟจะเอนออกไปกลางโขง ลักษณะเป็นดวงไฟขนาดเล็กเท่าหัวนิ้วมือ ไปจนถึงขนาดเท่าไข่ห่านหรือผลส้ม มีสีแดงอมชมพูออกสีบานเย็น หรือสีแดงทับทิม ไม่มีควัน ไม่มีเขม่า ไม่มีเปลว ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น บั้งไฟพญานาคจะผุดออกจากผิวน้ำและพุ่งสูงขึ้นไป ระยะเวลาเวลาประมาณ 5-10 วินาที แล้วจะดับหายไปในอากาศ ทั้งที่ดวงไฟยังโตอยู่ และไม่มีลักษณะโค้งตกลงมาเหมือนดอกไม้ไฟ

โดยในทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏการณ์ลูกไฟผุดขึ้นจากแม่น้ำโขง คือกลุ่มก๊าซที่มีมวลและสามารถแทรกน้ำขึ้นมาได้ มีขนาดเบากว่าอากาศไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และจุดติดไฟได้เองในอากาศ กลุ่มก๊าซเหล่านี้จะเกิดจากอินทรียวัตถุ เช่น มูลสัตว์ ซากพืช ซากสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตที่ตายทับถมเป็นเวลานาน

สถานที่ชมบั้งไฟพญานาค

1. ลานนาคาเบิกฟ้า อำเภอโพนพิสัย หนองคาย

2. พุทธอุทยานนานาชาติ อำเภอโพนพิสัย หนองคาย

3. วัดไทย อำเภอโพนพิสัย หนองคาย

4. แก่งอาฮง วัดอาฮงศิลาวาส อำเภอเมือง บึงกาฬ

5. บ้านโพนแพง อำเภอรัตนวาปี หนองคาย

โดย 5 สถานที่นี้เป็นเพียงจุดชมบั้งไฟพญานาคที่มีประชาชนให้ความสนใจ แต่ยังสามารถนั่งชมได้ตลอดริมฝั่งแม่น้ำโขงของจังหวัดหนองคาย และจังหวัดบึงกาฬ

ศรัทธาของผู้คนรายรอบริมฝั่งโขงไทย – ลาว วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกๆปี จะมีประชาชนให้ความสนใจ รอชมบั้งไฟพญานาค ไม่เพียงแค่ชาวจังหวัดหนองคาย ชาวอีสานเท่านั้น ประชาชนทั่วประเทศที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของพญานาค ปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคก็ยังคงแห่แหน ไปรอชมริมฝั่งแม่น้ำโขงในทุกๆปี ถือเป็นการท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมอีกด้วยนะคะ ไม่ว่าจะในทางวิทยาศาสตร์หรือทางความเชื่อ ปรากฎการณ์นี้ก็ยังคงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและเป็นตำนานไปตราบเท่าที่ยังมีผู้เลื่อมใสศรัทธา

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค 15 ค่ำเดือน 11 ที่ทาง เว็บหวยเด่น นำมาฝากทุกท่านในวันนี้ ศรัทธาและความเชื่ออยู่คู่กับชาวไทยมาอย่างยาวนาน ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ยังเป็นคำพูดที่จริงเสมอค่ะ หากสมาชิกท่านใดอยากพบเห็นกับตาของตัวเอง เตรียมเก็บกระเป๋า เตรียมวันหยุดรอเลยค่ะ สำหรับวันนี้ เว็บหวยเด่น ขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ

ที่มา: เว็บหวยสด , หวยสด , เว็บแทงหวย

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest